วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

Microsoft Security Essentials

Microsoft Security Essentials


                 เป็นฟรีโปรแกรมสแกนไวรัสจากค่าย Microsoft ยักษ์ใหญ่ทางด้านซอฟต์แวร์ อัพเดทเวอร์ชั่นล่าสุด Microsoft Security Essentials 2.1.116.0    Microsoft หันมาพัฒนา Antivirus ตัวนี้ได้พัฒนามาจาก Windows Live OneCare สามารถป้องกันไวรัส สปายแวร์ และมัลแวร์ ที่แพร่หลายอยู่ทั่วไปได้ อัพเดทตัวเองโดยอัตโนมัติ และสามารถสั่งสแกนไวรัสได้แบบ Quick , Full , Schedule และ Custom แบบตามที่ใจต้องการได้ ซึ่งเวอร์ชั่นล่าสุดตัวนี้ได้ปรับแต่งให้สามารถใช้ได้กับ Windows 7 ทั้ง 32 และ 64 บิต
                 เป็นโปรแกรมสแกนไวรัสที่ได้รับความนิยม และติดอันดับ 5 ใน 10 ของโปรแกรมสแกนไวรัส2012 อ้างอิงข้อมูล จากเว็บไซต์http://www.techxcite.com/  เป็นโปรแกรมที่สามารถตรวจสอบและกำจัดไวรัสหรือสปายแวร์  ที่เป็นอันตรายบนอินเทอร์เน็ตซึ่งได้แก่ ไวรัส โทรจัน หนอนคอมพิวเตอร์ และสปายแวร์  จะช่วยให้ผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ในระบบปฏิบัติการ Windows อุ่นใจได้ยิ่งขึ้น                   Microsoft Security Essentials  ถูกสร้างขึ้นเพื่อบุคคลและธุรกิจขนาดเล็ก แต่อยู่บนพื้นฐานเทคโนโลยีเดียวกับที่ Microsoft ใช้ในการป้องกันธุรกิจขนาดใหญ่ 
ลักษณะการใช้งานภาพรวมของ Microsoft Security Essentials
               Microsoft Security Essentials ใช้รหัสสีเขียว เหลือง และแดง เพื่อกำหนดสถานะความปลอดภัยของพีซีและไอคอนรหัสสีในแถบงานจะบอกได้ทันที เมื่อเป็นสีเขียวแสดงว่า ปลอดภัย หากมีการคุกคามสีแดงหรือสีเหลือง Microsoft Security Essentials จะแจ้งเตือนและการทำการป้องกันข้อมูลโดยอัตโนมัติ
Microsoft Security Essentials รองรับการทำงาน
        Windows XP, Vista และ Windows 7 CPU 500 MHz ขึ้นไป   RAM 1 GB ขึ้นไป การ์ดจอ VGA 800 x 600 ขึ้นไป Harddisk 140 MB  Browser Internet Explorer 6.0 ขึ้นไป หรือ FireFox 2.0 ขึ้นไป
ส่วนประกอบของ Microsoft Security Essentials
                   1. Home - หน้าหลักของโปรแกรม แสดงรายละเอียดและปุ่มให้เลือกตรวจสอบไวรัส (Scan)     หน้า Home มีปุ่ม Scan now ให้ตรวจสอบไวรัสทันที แต่ถ้าต้องการ scan เฉพาะ Drive ที่ต้องการให้คลิกเลือก Custom และคลิกปุ่ม Scan now จากนั้นจะมีหน้าต่างให้เลือก drive ที่ต้องการ
                       2.Update แสดงรายละเอียดของโปรแกรมว่าอัพเดทถึงไหนแล้ว  แสดงข้อมูล Update   ของตัวโปรแกรม ข้อสังเกตให้ดูว่าวันที่ที่มีการ update ตรงหรือใกล้เคียงกับวันปัจจุบันหรือเปล่า ถ้าใช่ แสดงโปรแกรมของเรา update สุด ๆ
                      3. History - เก็บประวัติการตรวจสอบไวรัส สปายแวร์   แสดงรายละเอียด ผลของการตรวจสอบไวรัส แสดงไฟล์ต่างๆ ที่ถูก Delete จากการใช้โปรแกรม และแสดงรายละเอียดของไฟล์ที่ถูกกักกันไว้ด้วยคำสั่ง Quanrantine
                    4. Settings - กำหนดข้อมูลเพิ่มเติมให้กับโปรแกรม เช่น กำหนดให้ตรวจสอบไวรัสแบบอัตโนมัติโดยตั้งเวลาในการตรวจสอบไว้  ใช้สำหรับกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ตั้งการตรวจสอบไวรัส         แบบอัตโนมัติ, หรือสั่ง Scan removable dirves ด้วยเวลาสั่ง Full scan เป็นต้น
การทำงานที่เป็นจุดเด่นMicrosoft Security Essentials
                      1.   รหัสสีง่ายๆ และการดำเนินการที่เรียบง่าย     โดยสังเกตในพื้นที่การแจ้งเตือนด้านขวาสุดของแถบงาน
                            - สีเขียวหมายความว่าทุกอย่างปกติดี                           - สีเหลืองหมายความว่าพีซีของคุณอาจไม่มีการป้องกัน
                           - สีแดงหมายความว่าคอมพิวเตอร์ของคุณมีความเสี่ยง
                     เมื่อคุณเห็นสีเหลืองหรือสีแดง ให้คลิกที่ไอคอนและคุณจะสามารถดูรายละเอียดและดำเนินการได้ วิธีที่มักจะดีที่สุดคือการเลือก ล้างข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เพื่อลบการคุกคาม
                   2. การสแกนทันที สามารถเลือกสแกนแบบ เร่งด่วน หรือสแกน ทั้งหมด การสแกนแบบเร็วจะค้นหาไวรัสในทุกที่ที่พวกมันมักจะซ่อนอยู่มากที่สุด และอาจเป็นทางเลือกที่ดี ขอแนะนำให้ใช้การสแกนทั้งหมด คอมพิวเตอร์ของคุณจะช้าลงเล็กน้อยขณะที่โปรแกรมทำงาน แต่การสแกนทั้งหมดจะค้นหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในทุกที่
                  3. สแกนแบบตั้งเวลา  โดยค่าเริ่มต้น Microsoft Security Essentials จะสแกนพีซีของคุณอาทิตย์ละหนึ่งครั้งขณะที่คุณหลับ (2:00 น. วันอาทิตย์)  หากคุณต้องการปรับเปลี่ยน ให้เปิด Microsoft Security Essentials และคลิกแท็บ การตั้งค่า ในสแกนตามกำหนดเวลา คุณจะสามารถเปลี่ยนวันที่และเวลาได้เช่นเดียวกับประเภทของการสแกนการสแกนนอกเหนือจากฮาร์ดไดรฟ์ของคุณ คุณอาจใช้ประโยชน์ในการสแกนไดรฟ์ภายนอกและไดรฟ์ USB เนื่องจากติดไว้รัสเช่นกัน
คำแนะนำเพิ่มเติมการใช้โปรแกรม Microsoft Security Essentials
          1. ควรตั้งเวลาตรวจสอบไวรัสแบบอัตโนมัติ (ถ้าให้ดีควรเลือกเป็น Daily หรือทุกๆ วัน) และอาจตั้งเวลาใน
       2. การตรวจสอบตอนพักเที่ยง หรือช่วงเวลาที่เราไม่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์ สามารถเลือก Quick scan เพื่อการตรวจสอบที่เร็วขึ้น
       3. ควรตรวจสอบไวรัส สปายแวร์ แบบ Full อย่างน้อย เดือนละ 1-2 ครั้ง
       4. ควร Update โปรแกรมให้ทันสมัยเสมอ โดยคลิกแท็ป Update และคลิกปุ่ม Update
       5. เราสามารถคลิกขวา และเลือก Scan virus เวลาเราเปิดดูผ่าน Windows Explorer ได้ด้วย เช่นเดียวกับโปรแกรม Antivirus อื่นๆ
  คุณลักษณะและประโยชน์
        1. การป้องกันแบบเรียลไทม์   หมายถึงการจัดการคุกคามที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะกลายเป็นปัญหา การแจ้งเตือนจะแจ้งคุณเมื่อสปายแวร์ ไวรัส หรือซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย
             2. การสแกนระบบ  มีความสามารถในการสแกนทั้งระบบ ซึ่งมีทั้งตัวเลือกการสแกนตามกำหนดเวลาและตามความต้องการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นเป็นพิเศษ การสแกนตามกำหนดเวลาจะเปิดใช้งานตามค่าเริ่มต้น และมีการกำหนดค่าให้ทำงานขณะที่ไม่ได้ใช้งานระบบทุกๆ สัปดาห์
            3. การล้างระบบ   เมื่อ Microsoft Security Essentials ตรวจสอบการคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้บนพีซีการแจ้งเตือนจะแจ้งให้คุณทราบถึงการคุกคาม การคุกคามแบ่งประเภทออกเป็นระดับร้ายแรง สูง ปานกลาง หรือต่ำ และคุณสามารถเลือกว่าคุณจะละเว้น กักกันหรือนำรายการนั้นออกจากระบบ
            4. การรวมระบบเข้ากับ Windows Firewall    ไฟร์วอลล์ที่เปิดใช้งานเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความปลอดภัยในการใช้งาน ระหว่างการติดตั้ง Microsoft Security Essentials จะสแกนพีซีเพื่อตรวจสอบว่าไฟร์วอลล์ทำงานบนพีซีหรือไม่ หากไม่มีการป้องกันของไฟร์วอลล์ คุณสามารถเลือกที่จะเปิด Windows Firewall ได้
         5. บริการลายเซ็นแบบไดนามิก  การป้องกันจะต้องเป็นปัจจุบันอยู่เสมอเพื่อประสิทธิภาพที่ดี ลายเซ็นแบบไดนามิกเป็นวิธีที่จะตรวจสอบ จะเลียนแบบการทำงานของโปรแกรมเพื่อพิจารณาว่าโปรแกรมนั้นจะทำอะไร วิธีนี้จะให้ลายเซ็นพิเศษแก่โปรแกรม ซึ่งจะมีการตรวจสอบกับฐานข้อมูลของโปรแกรมที่ดี
        6 .การป้องกัน Rootkit  รูทคิทเป็นมัลแวร์ประเภทที่ป้องกันได้ยากเป็นพิเศษ และ Microsoft Security Essentials มีเทคโนโลยีที่ปรับปรุงใหม่หลายอย่างเพื่อช่วยจัดการรูทคิทและการคุกคามที่รุนแรงอื่นๆ
ข้อดีของ Microsoft Security Essentials
         1.สามารถดาวน์โหลดโปรแกรม ได้ง่าย
         2. ประหยัดค่าใช้ง่าย
         3. มีการทำงานที่ง่าย ไม่ซับซ้อน
         4. สามารถแสกนไวรัสได้ดี
         5. ระบบงานทำงานอันชาญฉลาด



 


 
 
 




 




วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security


คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security ครั้งที่ 5
Phishing เป็นคำที่พ้องเสียงกับคำว่าFishing ที่แปลว่าการตกปลานั่นเอง มันเป็นการโจรกรรมข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตในรูปแบบของการสร้างweb site เลียนแบบ และหลอกลวงให้ท่านคลิก Link หรือเอกสารแนบ เพื่อให้ท่าน login หรือกรอกเอกสารตามเอกสารแนบ โดยวัตถุประสงค์ของการทำ Phishing นั้นก็เพื่อล่อลวงให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว
Email (Bait หรือ เหยื่อล่อ) ที่ถูกร่างขึ้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และมีข้อความหลอกล่อต่างๆ เพื่อให้ผู้อ่านหลงเชื่อและ Click ไปยังLink ที่เตรียมไว้ให้ใน email ฉบับนั้น ซึ่ง email นี้อาจถูกส่งกระจายหว่านไปทั่วโดยไม่มีการเลือกกลุ่มเป้าหมายแต่อย่างใดหรือที่เราเรียกว่าการทำspam mail ซึ่งหลายคนอาจเคยได้รับอยู่บ่อยๆ หรือบางกรณีที่ emailที่ถูกทำขึ้นมานี้ถูกส่งไปยังกลุ่มลูกค้าของธนาคารนั้นๆ โดยเฉพาะ (focus group)

Fake Webpage คือหน้า webpage ที่ Phisher พยายามสร้างขึ้นมาให้เหมือนหรือใกล้เคียงกับsite จริงมากที่สุด เพื่อให้เหยื่อผู้หลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ที่ต้องการลงไป
Backdoor จะมีหลักการทำงานเหมือนกับclient-server ซึ่งตัวมันเองจะทำหน้าที่เปิดทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถ รีโมทเข้าไปเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่แล้วจะมากับการติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่ผิดกฎหมาย
IP spoofing เป็นหนึ่งในวิธีการโดยทั่วไปที่ใช้เพื่อโจมตีเครือข่าย เพื่อให้สามารถเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยการส่งข้อความปลอม ๆ อาศัยการปลอม IP address ของเครื่องนั้น

คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security


คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security ครั้งที่ 6

Cryptography    การเข้ารหัสลับ  ศิลปะในศาสตร์ที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการ ตัวกลาง และวิธีการในการทำให้ข้อความธรรมดาไม่สามารถถูกอ่านได้ โดยเข้าใจ และในการแปลงข้อความที่ถูกเข้ารหัสลับกลับเป็นข้อความธรรมดา เป็นต้น
ASIM - Automated SecurityIncident Measuremen   การวัดเหตุการณ์หรือความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ : ซึ่งเป็นการเฝ้าดูของ Traffic ในเครือข่ายและสามารถเก็บสะสมข้อมูล จากเครือข่ายของเป้าหมายโดยที่มีการตรวจจับ กิจกรรมที่ไม่ได้ รับอนุญาต
ในเครือข่าย เป็นต้น

Operations Security (OPSEC)    ปฏิบัติการความปลอดภัย กระบวนการพิสูจน์ทราบข้อมูลสำคัญและการวิเคราะห์การกระทำของฝ่ายเราที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารและกิจกรรมอื่นๆ
Network Security Officer    เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเครือข่าย ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจากผู้ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ให้มีการปฏิบัติอย่างถูกต้องในเรื่องที่เกี่ยวข้องภายในระบบข้อมูลอัตโนมัติ
Secure Socket Layer: SSL  คือ มาตรฐานของ Protocol การสื่อสารที่มีกระบวนการพิสูจน์ตัวตนรวมอยู่ในชุด Protocol โดย SSL ถูกออกแบบและกำหนดรายละเอียดโดยบริษัท Netscape เมื่อ ค.ศ. 1994 เพื่อบริการความปลอดภัยแก่ข้อมูลในระหว่างชั้นProtocol ระดับแอปพลิเคชั่น (เช่น HTTP, Telnet, NNTP, หรือ FTP)

คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security

คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security ครั้งที่ 4
Worm            โปรแกรมอิสระที่สำเนาตัวเองจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งโดยผ่านการเชื่อมต่อทางเครือข่ายและโดยปกติจะเป็นที่กีดขวางในการวิ่งของ traffic ในเครือข่ายและระบบข้อมูลในระหว่างที่ตัวมันกระจายตัวเองออกไปได้ เป็นต้น
File Virus    ไวรัสไฟล์ข้อมูล โดยมากจะติดกับๆไฟล์ที่มักเรียกใช้บ่อย เช่น ไฟล์นามสกุล .exe, .dll,.com ตัวอย่าง Jerusalem, Die Hard II
Trojan Horse Virus   เป็นไวรัสที่แฝงมากับไฟล์อื่นๆ ที่ดูแล้วไม่น่าจะมีอันตรายใดๆเช่น เกมส์ โปรแกรมฟรีแวร์หรือแชร์แวร์เมื่อใช้ไประยะเวลาหนึ่งแล้วไวรัสก็จะแสดงตัวออกมา ซึ่งอาจทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของเรา
Macro Virus    มาโครไวรัสเป็นไวรัสที่เขียนขึ้นมาจากคำสั่งภาษามาโคร ที่มีอยู่ในโปรแกรมประมวลผลคำ, หรือโปรแกรมในชุดไมโครซอพต์ออฟฟิสเมื่อเราเปิดเอกสารที่มีไวรัส ไวรัสก็จะแพร่กระจายไปยังไฟล์อื่น
Boot Sector Virus  เป็นไวรัสที่แฝงตัวในบูตเซกเตอร์ของแผ่นดิสก์ ทุกครั้งที่มีการใช้แผ่นดิสก์
จะต้องมีการอ่านข้อมูลในบูตเซกเตอร์ทุกครั้ง ทำให้โอกาสติดไวรัสได้ง่าย

คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security


คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security ครั้งที่ 3

Vulnerability ช่องโหว่หรือจุดบกพร่องในระบบ รูปแบบการทำงานทาง ฮาร์ดแวร์เฟิร์มแวร์หรือซอฟท์แวร์ที่สามารถเปิดโอกาสให้ระบบข้อมูลอัตโนมัติถูกเจาะได้
Hacking การใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ การพยายามที่จะใช้อุบายหรือข้ามผ่านระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าสู่ระบบข้อมูลและ เครือข่าย
Cracker ผู้ที่ใช้ทักษะในการhacking เพื่อจุดประสงค์ในการบุกรุกทำลาย ระบบ และ รวมทั้งการลักลอบขโมยข้อมูลของบุคคลอื่น
Ethical hacker ผู้เชี่ยวชาญทางด้านsecurity ผู้ซึ่งใช้ทักษะในการ hacking เพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันระบบ
Threat ภัยคุกคามหรือ สิ่งที่ละเมิดระบบรักษาความปลอดภัย และอาจก่อให้เกิดผลกระทบซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบ


 

วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

Phishing & Vishsing


Phishing & Vishsing

ณ ปัจจุบันนี้ อินเตอร์เน็ตเข้ามามีส่วนในการดำเนินชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก ซึ่งความสะดวกสบายจะมาสวนทางกับความปลอดภัยทั้งสิ้น  นั่นหมายถึง ภัยคุกคามอาจจะแฝงตัวมาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อตนเอง และ ทรัพย์สิน วันนี้จึงขอยกหนึ่งพิษภัยที่แฝงมากับเทคโนโลยี  นั้นก็คือ  Phishing
              Phishing เป็นคำที่พ้องเสียงกับคำว่า Fishing  ซึ่งแปลว่าการตกปลาโดยต้องมีการใส่เหยื่อลงไปและรอให้คนมาติดเบ็ดเอง  นั่นมันหมายถึงการโจรกรรมข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตในรูปแบบของการสร้าง Web Site  เลียนแบบ โดยใช้เทคนิคแบบ Social Engineering ประกอบเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ในการล่อลวงให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น รหัสผ่าน หรือหมายเลขบัตรเครดิต โดยการส่งข้อความผ่านทางอีเมลหรือเมสเซนเจอร์โดยอ้างอิงถึงบริษัทที่น่าเชื่อถือหรือว่ามาจากบริษัทที่เหยื่อเป็นสามาชิกอยู่  โดยบริษัทที่มักจะโดนกันไปบ่อยก็ได้แก่ eBay.com, PayPal.com และ Online banks ต่างๆ เป็นต้น


องค์ประกอบหลักของ  Phishing                                                                                                            
1. Email (Bait หรือ เหยื่อล่อ) ที่ถูกร่างขึ้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และมีข้อความหลอกล่อต่างๆ เพื่อให้ผู้อ่านหลงเชื่อและ Click ไปยัง Link ที่เตรียมไว้
              2. Fake Webpage คือหน้า webpage ที่ Phisher พยายามสร้างขึ้นมาให้เหมือนหรือใกล้เคียงกับsite จริงมากที่สุด เพื่อให้เหยื่อผู้หลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ที่ต้องการลงไป
ตัวอย่างอีเมล์หลอกลวงซึ่งมิได้ส่งจากธนาคาร 
จุดสังเกต:

จุดที่ 1. From: e-mail address ไม่ถูกต้อง
จุดที่ 2. และ จุดที่ 3. ธนาคารไม่มีนโยบายในการสอบถามข้อมูลสำคัญทางการเงินหรือข้อมูลส่วนบุคคล

วิธีการป้องกันและรับมือกับการถูกโจมตีแบบ phishing

1. หยุดคิดและพิจารณาข้อมูลที่ได้รับทางอี-เมล์ ทุกครั้ง
             2. ลบข้อมูลที่น่าสงสัยนั้นทิ้งทันที
             3. หากมีความจำเป็นต้องกรอกข้อมูลให้พิจารณาความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ดังกล่าวว่าน่าเชื่อถือหรือไม่
             4. ไม่ควรเข้าไปในเว็บไซต์หรือรันไฟล์ที่แนบมากับอี-เมล์ ซึ่งมาจากบุคคลที่ไม่รู้จัก หรือไม่มั่นใจว่าผู้ส่งเป็นใคร
             5. ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงช่องโหว่ (
patch) ของทุกซอฟแวร์ที่มีการใช้อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์
6. ติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือน ของศูนย์ประสานงานการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ ประเทศไทย (ThaiCERT)

ตัวอย่างลักษณะของฟิชชิงที่ควรระวัง


การร้องขอเปลี่ยน password ให้เราเปลี่ยน password เพราะว่า password เราเก่าแล้วควรจะเปลี่ยนได้แล้ว แต่ว่าหน้าเว็บทำเป็นหน้าหลอก(ไม่ใช่เว็บจริง) เช่นว่าเว็บจริงเป็น hotmail.com/newpassword แต่ว่าเว็บหลอกใช้ เป็น hotmail.com.newpassword2.ly/ คือพยายามทำให้ url ของตัวเองคล้ายกับเว็บจริงด้วย
การดู url จริงของเว็บ
http://upic.me/show/16743157 จากรูปนี้ถ้าดูจากสีจะเห็นอยู่ 3 ส่วนก็คือ
-                   สีเขียว https://
-                   สีดำ mail.google.com/
-                  สีเทา mail/?shva=1#inbox
ส่วนที่เป็น url จริงของเว็บก็คือ สีดำ
สีเขียวคือส่วนที่บอกว่ามีการเข้ารหัสลงท้ายด้วย ://
ส่วนที่ 2 ที่เป็น url จริงจะไม่มี / ขั้น
เช่น hotmail.com/xxxxxxx/yyyyy/zzzz แสดงว่าจบแค่ hotmail.com/
หรือ hotmail.com.newpassword2.ly/ แสดงว่าจบที่ hotmail.com.newpassword2.ly/ (เว็บหลอก)
วิธีการดูชื่อเว็บที่แท้จริงก็คือย้อนกลับไป 2-3 จุด
อย่างตัวอย่าง hotmail.com.newpassword2.ly/ เว็บจริงก็คือ newpassword2.ly/
หรืออาจจะเป็น hotmail.com.newpassword2.co.th/ เว็บจริงก็คือ newpassword2.co.th/
ซึ่งทั้งสองไม่ใช่เว็บจริง(hotmail.com) แต่เป็นเว็บที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกดักเอา password ของเรา
เบราว์เซอร์สมัยใหม่ที่มีระบบป้องกันฟิชชิง
·         โอเปร่า
·         Netscape 8.1
·         Netcraft Toolbar
·         Safari ซาฟารี 5
                                                   ความรู้เรื่อง  Phishing Scams in Plain English.flv 

Vishing

                    Vishing และ Smishing: คือการล่วงรู้ข้อมูลของผู้อื่นโดยมรการใช้โทรศัพท์ หรือที่เรียกว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งพฤติกรรมของแก๊งเหล่านี้เข้าข่ายของ Vishing โดยตัวอักษร ‘V’ นี้มาจากคำว่า Voice ซึ่งแปลว่าเสียง ดังนั้น Vishing จึงเป็นการใช้ Voice ร่วมกับ Phishing ซึ่งมักเป็นการหลอกลวงให้ได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางโทรศัพท์นั่นเอง แต่หากเป็น Smishing ก็จะเป็นการหลอกลวงโดยใช้ SMS เช่น การได้รับ SMS อ้างว่ามาจากธนาคารเพื่อแจ้งลูกค้าว่าบัญชีของท่านถูกระงับ กรุณาติดต่อกลับที่หมายเลข ดังต่อไปนี้ ซึ่งเมื่อโทรตามหมายเลขที่ระบุไว้ ก็จะเข้าสู่กระบวนการ Vishing ต่อไป เป็นต้น

รูปแบบการหลอกลวง
ผู้ไม่ประสงค์ดีอาศัยหลักการทางจิตวิทยาหลอกล่อโดยการ โทรศัพท์มาหาเหยื่อเพื่อแจ้งข่าวให้เหยื่อตกใจ เช่น หลอกลวงว่าเหยื่อกำลังหลบหนีคดี หรือหลอกลวงว่าเหยื่อเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัล เป็นต้น ประกอบกับผู้ไม่ประสงค์ดีอาจใช้เทคนิคการซ่อนหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อปิดบังหมายเลขโทรศัพท์ ส่งผลให้เหยื่อไม่สามารถยืนยันผู้ที่โทรศัพท์เข้ามาได้จนทำให้หลงเชื่อและ แจ้งข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อให้แก่ผู้ไม่ประสงค์ดีได้ ในบางกรณีการหลอกลวงข้อมูลนั้นผู้ไม่ประสงค์นี้อาจใช้ระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ และหลอกลวงให้เหยื่อเชื่อว่าเป็นระบบยืนยันตัวตน เมื่อเหยื่อตอบโทรศัพท์กลับผู้ไม่ประสงค์ดีจะทำการบันทึกการสนทนา และนำข้อมูลนั้นออกไปใช้ได้
นอกจากนี้บางกรณีอาจหลอกลวงสองชั้น โดยที่ผู้ไม่ประสงค์ดีเองปลอมเป็นเหยื่อโทรศัพท์ไปหาธนาคารเพื่อขอกู้ยืม เงิน ซึ่งธนาคารก็มีการยืนยันแล้วพบว่าเป็นเจ้าของบัญชี จึงโอนเงินให้เหยื่อ (ในกรณีนี้ผู้ไม่ประสงค์ดีจะต้องมีข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อมากพอสมควร) จากนั้นผู้ไม่ประสงค์ดีจะโทรศัพท์ไปหาเหยื่อโดยครั้งนี้จะหลอกลวงว่าตนเอง นั้นเป็นพนักงานธนาคารทำการโอนเงินให้ผิดบัญชี ขอให้โอนกลับไปยังบัญชีอื่น ซึ่งบัญชีนั้นเป็นของผู้ไม่ประสงค์ดี พอสิ้นเดือนทางธนาคารแจ้งยอดการกู้เงินมาให้เหยื่อ ส่งผลให้เหยื่อนั้นต้องสูญเสียเงินไปอย่างง่ายดาย
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
                · ผู้เสียหายอาจถูกหลอกให้โอนเงินไปให้ผู้ไม่ประสงค์ดี หรือถูกหลอกลวงข้อมูลส่วนบุคคล
             · ผู้ไม่ประสงค์ดีอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อเปิดเผยในอินเทอร์เน็ต หรือถูกนำไปใช้ในทางเสียหายได้
               · ผู้ไม่ประสงค์ดีอาจทำการขู่กรรโชกทรัพย์ด้วยข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อที่ให้ไปได้
วิธีแก้ไขและวิธีการป้องกัน
  · ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือควรมีความตระหนักต่อความเสี่ยงของการหลอกลวงนี้ และตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคู่สนทนาว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่
· ห้ามรับสายโทรศัพท์ที่ไม่แน่ใจผู้โทรศัพท์
           · เก็บข้อมูลการโทรศัพท์ เช่นหมายเลขโทรศัพท์ วันและเวลาที่ใช้ เพื่อใช้อ้างอิงเวลาเกิดเหตุการณ์การละเมิดความปลอดภัย
            · หากไม่แน่ใจว่าถูกล่อลวงทางการเงินหรือไม่ ให้ทำการติดต่อไปยังธนาคารผ่านทาง Call Center เพื่อตรวจสอบ และหาทางระงับการโอนเงินในกรณีที่พบว่าถูกหลอกลวง
· ติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนทางด้านการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยคอมพิวเตอร์ ผ่านทางอีเมล์ และเว็บไซต์ของศูนย์ประสานงานการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ ประเทศไทย (ThaiCERT)
           · ศีกษาข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมแนวทางป้องกันจาก http://www.thaicert.org/paper/